วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ภาษาวิบัติกับเหตุผล

เดี๋ยวนี้ ภาษวิบัติชักจะครองโลกอินเทอร์เน็ต หลายคนหันมาใช้ภาษาวิบัติกัน ซึ่งภาษาวิบัตินี้จะนิยมมากในหมู่คนใช้อินเทอร์เน็ต คนใช้ส่วนมากจะเป็นพวกวัยรุ่นหรืออาจจะเป็นพวกเด็กๆ(ที่มีคอมพิวเตอร์) อาจจะ กล่าวได้ว่า ภาษาวิบัตินี้ต้นกำเนิดมาจาก อินเทอร์เน็ตก็ได้
ถ้าไปถามหลายๆคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายคนอาจจะให้เหตุผลที่ต่างๆกันไป ดังที่จะรวบรวมไว้ในนี้..........
๑.เพราะว่าคำพวกนี้พิมพ์ได้ง่าย เข้าใจนะว่า คำภาษาไทยหลายๆคำอาจจะพิมพ์ยุ่งยากมากเรื่อง ดังเช่น คำว่า เดี๋ยว ก็เปลี่ยนเป็น เด๋ว และคำว่า ก็ ก็เปลี่ยนเป็น ก้อ เหตุผลเหรอ มันพิมพ์ง่ายไงล่ะ แต่คุณอาจจะไม่รู้หรอกนะว่า คุณกำลังทำลายภาษาไทย โดยไม่รู้ตัว
๒.เคยมีวัยรุ่นคนหนึ่ง เคยให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาษาวิบัติว่า ที่หันมาใช้ก็เพราะมันดูแนวๆดี ทันสมัย ถูกใจวัยรุ่น ก็เลยถามว่ามันแนวตรงไหน คำตอบที่ได้มาคือ "ก็มันดูเหมือนว่าเด็กไทยมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดค้นคำใหม่ๆได้ขึ้นมาใช้ โดยไม่ต้องเขียนของเก่าให้มันเปลืองหมึก หรือ พิมพ์ให้มันเมื่อย" ก็ฟังแล้วคิดว่า มันก็สะดวกสบายแต่ว่า ความสะดวกสบายของคุณกำลัง เป็นความกลุ้มใจของ พ่อขุนรามคำแหง อยู่ เพราะว่า พ่อขุนรามคำแหง ท่านอุตส่าห์คิดค้นภาษาไทยขึ้นมา แต่รุ่นหลังมาทำลาย อย่างที่เค้ากล่าวน่ะแหล่ะว่า "ผู้ใหญ่สร้าง วัยรุ่นทำลาย"
๓.เพื่อแสดงอารมณ์ ว่าตอนนี้กำลัง ผิดหวังหรือเบื่อหน่าย อย่างที่วัยรุ่นเค้าเรียกกันว่า"เซ็ง"น่ะแหล่ะ เพราะบางทีถ้าผิดหวังก็อาจจะลากเสียงคำว่า "ไม่" เป็น "ม่าย..ย..." ถ้าอารมณ์ดีก็อาจจะสั้นหน่อยเป็น "มั่ย"
๔."ก็มันขำๆดีนี่" เหตุผลนี้ฉันก็ไม่รู้หรอกนะไอ้ที่ว่า"ขำๆ"น่ะหมายความว่าอะไร แหม...พวกคุณนี่ ถ้าจะอารมณ์ดีเหลือเกิน คิดคำที่เป็นภาษาวิบัติมาใช้กันเนี่ย ป่านนี้พ่อขุนรามคำแหงคงนั่งขำไม่ออกแล้วล่ะ
๕."ไม่เห็นเป็นไรเลย มันก็อ่านเหมือนๆกันแหละ"ฉันอยากจะบอกพวกคุณว่ามันอ่านเหมือนกันก็จริงนะ แต่คอมพิวเตอร์มันต้องใช้ตาอ่านไม่ใช่หูฟังนะ ถ้าเกิดมีเด็กมาอ่านและนำไปใช้เนี่ย นำไปเขียนเนี่ย ถ้าเป็นยังงี้จริงๆนะ ภาษาไทยจะเพี้ยนไปหมดแน่ๆ เชื่อพี่เถอะ
๖."ก็มันเผลอนี่นา"หลายคนอาจพูดยังงี้ อยากถามว่า ถ้าคุณไม่คิดค้นมันมาและใช้มัน คุณจะเผลอได้เหรอ?
๗."ก็คำมันดูน่ารักนี่คะ"อยากรู้ว่ามันน่ารักตรงไหนคะเนี่ย?ตายๆๆ...ถ้าคนมองเป็นภาษาที่น่ารักหมดเนี่ย สงสัยว่าคงต้องร้องเพลง"ไปน่ารักไกลๆหน่อย"ซะแล้ว
๘."ก็เวลาเล่นMSNมันพิมพ์เร็วทันใจนี่คะ"รู้แล้วค่ะมันเร็วแต่ว่า...ถ้ามันไม่ใช่ภาษาวิบัติมันก็ไม่เสียเวลาเป็นชั่วโมงหรอกค่ะ แค่เสียเวลาเล็กๆน้อยๆเพื่ออณุรักษ์แค่นี้ถึงกับทำไม่ได้เลยเหรอคะ?
๙."ก็มันเพิ่งหัดพิมพ์ยังพิมพ์ไม่คล่องนี่"อันนี้ไม่ว่านะคะ แต่ถ้าคล่องแล้ว ควรจะพิมพ์คำให้ถูกนะ บางคนไม่คล่อง ก็ไม่คล่องตลอดกาล ใช้ไม่ได้
๑๐.พิมพ์ให้มันดูสั้นลงเพราะเปลืองเนื้อที่ อยากถามอีกว่าคุณซื้อเนื้อที่ในการพิมพ์หรือไงถึงต้องประหยัดเนื้อที่?
๑๑."ทันสมัยดีนี่...คนที่เขาใช้คำเป็นคงไม่วิปริตมาใช้หรอก บางทีพวกคนที่ใช้คำเป็นคงเล่นแชทไม่เป็นหรอก"อันนี้มาจากความคิดเห็นชาวYenta4เลยค่ะ ข้อนี้ลองคิดเองนะคะ เพราะมันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
๑๒."มันดูสบายๆไม่เป็นทางการดีนี่"อยากถามว่ามันสบายตรงไหนคะ อ๋อ...รู้แล้วๆ...มันสื่ออารมณ์สบายๆเหรอคะ...พวกคุณคงคิดนะว่าภาษาทางการนี้คงเครียดมากเลยใช่ไหม?ถามตัวเองดูนะคะ
๑๓."ก็พอใจนี่/ก็จะพิมพ์ยังงี้พวกเธอมีสิทธิ์ห้ามเหรอ"ค่ะ...ไม่มีสิทธิ์ห้ามใดๆหรอกสิ่งพวกนี้มันอยู่ที่ตัวคุณค่ะ กิริยาส่อภาษา วาจาส่อนิสัย
เฮ้อ...พอๆเลยค่ะ ฟังๆแล้วเครียด วัยรุ่นไทยใช้ภาษาวิบัติไม่คิดถึงบรรพบุรุษเค้าสร้างมาเหรอคะ บรรพบุรุษคงนั่งเสียใจไปเรียบร้อย คุณไม่อายเด็ก12ปีเหรอคะ ที่พวกเขามาตั้งกระทู้อณุรักษ์กันอยู่ฉอดๆๆ...แล้วคุณอายุเท่าไรกันล่ะ...ไม่มีอะไรจะพูดค่ะ แต่ก็เข้าใจนะคะว่าพวกคุณคงไม่ใช้ในชีวิตประจำวันหรอกนะ ขอแค่ให้แยกให้ถูกค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว แต่ทางที่ดีใช้ภาษาที่ถูกต้องกันดีกว่านะ

** มานผิดตรงไหนรึป่าวที่เขียนแบบนี้อ่ะ **
** ที่เขียนแบบนี้แล้วคนเราจะมีคุณธรรมมากขึ้นป่ะ **
** เขียนแบบนี้ทามหั้ยน้อยมานแพงขึ้นเก่วม่ะหละ **
** ม่ายเหงเก่วเลยเอาเวลาไปคิดอย่างอื่นดีกว่าป่ะหละ**
** คิดว่าทามงัยหั้ยทุกคนมีคุณธรรมมากขึ้นดีกว่าป่ะ **
** คิดว่าทามงัยหั้ยม่ายมีคนโกงดิงชาติบ้านเมืองดีกว่าป่ะ **
** ถ้าคนที่เขียนงี้ปัญญาอ่อนเค้าก้อคง Ent กานม่ายติดหรอก **

ก้อจริงอย่างที่ข้อความข้างต้นได้กล่าวไว้ ข้าพเจ้าก็เป็นคนนึงที่เล่นอินเตอร์เน็ตและก็มักจะใช้คำที่สะกดแบบไม่ถูกต้องมาใช้ในการพูดคุยทางmsnกับเพื่อน จนกลายเป็นว่าเวลาที่จะต้องพิมพ์รายงานหรืออัพบล็อกก็จะมีบางคำที่สะกดผิดอยู่เหมือนกัน เพื่อเป็นการรักษาภาษาไทยของเราไว้ข้าพเจ้าคิดว่าต่อไปนี้ข้าพเจ้าก็จะใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องซักที

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Charecter Design Project


โปรเจกวิชา charecter design โดยอาจารย์ให้ออกแบบsuper hero ที่มาจากตัวเราเองโดย
ให้สร้างโลกของsuper heroขึ้นมาด้วยก้อเลยออกมาเปนเมืองที่ประชาชนโดนแม่มดสาบให้กลายเปน
บอลลูนใช้ชีวิตล่องลอยเพราะแม่มดอิจฉาที่เมืองนี้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ต่อมาเกิดพายุทำให้ฟ้าผ่า
ลงมาที่บอลลูนลูกนึง บอลลูนลูกนั้นก้อเลยมีพลังพิเศษไว้ต่อสู้กับแม่มดเพื่อให้เมืองนี้กลับมามีความสุข
อีกครั้ง และเหตุผลที่ต้องเป็นบอลลูนก็มาจากตัวข้าพเจ้าเองที่เพื่อนๆชอบเรียกว่าบอลลูนเพราะมีหน้ากลม
จึงได้ผลงานชิ้นนี้ออกมา

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551


จะขอบอกก่อนว่า พอดีเมื่อวานได้ไปหาเพื่อนที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มา ก้อเลยเดินเที่ยวแถวพระบรมมหาราชวังกันเดินไปเดินมาเกือบจะรอบวัดพระแก้วอยู่แล้วก้อได้สังเกตเห็นชื่อประตูแต่ละประตู ถ้าสังเกตุดูชื่อของแต่ละประตูจะคล้องจองกันหมด เมื่อกลับมาห้องก้อเลยมาresearchข้อมูลและประวัติความเป็นมาเผื่อใครที่สนใจอยากจะมหาข้อมูลกัน



ประตูวิมานเทเวศร์ เป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างประตูสุนทรทิศาและประตูวิเศษไชยศรี ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นประตูสำคัญในรัชสมัยนั้น เพราะเป็นทางอัญเชิญพระราชสาสน์จากประเทศต่าง ๆ แห่เข้ามาทางประตูวิมานเทเวศร์ ผ่านหน้าศาลาลูกขุน เลี้ยวเข้าประตูพิมานไชยศรี (ประตูโค้ง กั้นระหว่างเขตพระราชฐานชั้นนอกและชั้นกลาง อยู่ระหว่างประตูวิเศษไชยศรีและพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท)ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ถัดเข้ามาข้างในเป็น ประตูสุวรรณภิบาล
ประตูวิเศษไชยศรี เป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างประตูวิมานเทเวศร์และป้อมขันธ์เขื่อนเพชร ตรงกับถนนหน้าพระธาตุ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นประตูสำคัญเพราะเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระมหามณเฑียร ปัจจุบันประตูวิเศษไชยศรีเป็นประตูทางเข้าออกพระบรมมหาราชวังที่สำคัญที่สุด ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูพิมานไชยศรี และหากมองผ่านประตูนี้เข้าไป จะเห็นพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในมุมที่สวยงามสง่า
ประตูมณีนพรัตน์ เป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างป้อมขันธ์เขื่อนเพชรและป้อมเผด็จดัสกร ตรงข้ามกับท้องสนามหลวง สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เปิดใช้เมื่อมีการเชิญพระบรมศพออกมาตั้งที่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ใช้เป็นประตูฉนวนให้ฝ่ายในออกไปงานพระเมรุ และรื้อฉนวนออกเมื่อเสร็จงานพร้อมทั้งปิดประตูนี้ด้วย ประตูนี้จึงปิดตลอดเวลา (มีชื่อสามัญว่า ประตูฉนวนวัดพระแก้ว)
ประตูสวัสดิโสภา อยู่ทางด้านทิศตะวันออก อยู่ระหว่างป้อมเผด็จดัสกรและป้อมสัญจรใจวิง ตรงข้ามกับกระทรวงกลาโหม (มีชื่อสามัญว่า ประตูทอง เพราะเป็นทางผ่านสำหรับประชาชนที่จะไปปิดทองคำเปลวบูชาพระแก้วมรกต)
ประตูเทวาพิทักษ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ตรงกับถนนสราญรมย์ ถัดจากป้อมสิงขรขันฑ์ เหนือพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ติดกับป้อมขยันยิงยุทธ
ประตูศักดิ์ไชยสิทธิ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับวังสราญรมย์ ใต้พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ติดกับป้อมฤทธิรุดโรมรัน ถัดเข้ามาเป็น ประตูราชสำราญ
ประตูวิจิตรบรรจง อยู่ทางด้านทิศใต้ อยู่ระหว่างป้อมมณีปราการและป้อมพิศาลสีมา บริเวณพระตำหนักสวนกุหลาบ ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพนฯ (มีชื่อสามัญว่า ประตูฉนวนชั้นนอกออกไปวัดโพธิ์) ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูพิศาลทักษิณ
ประตูอนงคารักษ์ อยู่ทางด้านทิศใต้ อยู่ระหว่างป้อมพิศาลสีมาและประตูพิทักษ์บวร ตรงข้ามกับวิหารพระพุทธไสยาสของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ (มีชื่อสามัญว่า ประตูผีชั้นนอก) ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูกัลยาวดี (มีชื่อสามัญว่า ประตูผีชั้นใน)
ประตูพิทักษ์บวร อยู่ทางด้านทิศใต้ อยู่ระหว่างประตูอนงคารักษ์และป้อมภูผาสุทัศน์ เป็นประตูด้านสกัดทางใต้ ตรงกับถนนมหาราช ข้างในตรงกับถนนสกัดกำแพง พระบรมมหาราชวัง (มีชื่อสามัญว่า ประตูแดงท้ายสนม เพราะทาสีแดง ตั้งอยู่ริมตลาดชื่อท้ายสนม)
ประตูสุนทรทิศา อยู่ทางด้านทิศเหนือ ระหว่างป้อมอินทรรังสรรและประตูวิมานเทเวศร์ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นประตูด้านสกัดทางเหนือ
ประตูเทวาภิรมย์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ระหว่างป้อมมหาสัตตโลหะและป้อมทัศนนิกร ตรงข้ามกับท่าราชวรดิษ (มีชื่อสามัญว่า ประตูท่าขุนนางหน้าโรงทาน) ถัดเข้ามาด้านในเป็น ประตูศรีสุนทร
ประตูอุดมสุดารักษ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตก เป็นประตูฉนวนออกทางตรงพระที่นั่งที่ท่าราชวรดิษ ขนาบด้วยป้อมโสฬสศิลาทางด้านใต้และป้อมมหาสัตตโลหะทางด้านเหนือ

CaSaNoVa

ทุกคนอาจจะรู้จัก ถุงยางและ casanova แต่ม่ายรู้ว่ามายังงัย ก่อนที่จะมาเป็นถุงยางอนามัย มนุษย์ได้คิดทำอุปกรณ์ที่เป็นต้นแบบของถุงยางอนามัยจากวัตถุดิบหลายชนิด โดยหากย้อนกลับไปตั้งแต่สมัย 1000 ปีก่อนคริสตศักราช ในอาณาจักรอียิปต์ได้มีการนำผ้าลินินมาเย็บเป็นทรงกระบอก (ถุงอนามัย) เพื่อให้ผู้ชายได้นำไปสวมใส่ขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ในช่วงคริสตศักราชที่ 1500’s โรคซิฟิลิส (syphilis) ระบาดไปทั่วยุโรป ในช่วงเวลานั้นได้มีการบันทึกไว้ว่ามีการนำผ้าลินินมาเย็บเป็นทรงกระบอก (ถุงอนามัย) เพื่อใช้ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างซิฟิลิส และต่อมาได้ค้นพบว่าสามารถใช้เพื่อการคุมกำเนิดได้ด้วย

ช่วงปลายคริสตศักราชที่ 1500’s ได้มีการบันทึกไว้ว่า มีผู้นำผ้าลินินที่เย็บเป็นทรงกระบอก (ถุงอนามัย) ไปชุบสารเคมีบางอย่างที่สามารถฆ่าเชื้ออสุจิแล้วนำไปพึ่งให้แห้งก่อนใช้ ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นต้นแบบของถุงยางอนามัยที่ผสมสารฆ่าเชื้ออสุจิ

ในช่วงคริสตศักราชที่ 1700’s ได้มีการบันทึกไว้ว่า มีการพยายามคิดค้นพัฒนาถุงอนามัยแบบต่างๆเพื่อคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยใช้วัสดุอื่นนอกจากผ้าลินิน อย่างเช่นลำไส้ของสัตว์ แต่เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อนและราคาที่สูง ทำให้ผู้ใช้ต้องนำกลับมาใช้ใหม่แบบ reused ซึ่งไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ในช่วงคริสตศักราชที่ 1800’s นาย Goodyear (ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตยางรถยนต์ Goodyear) และนาย Hancock ได้ค้นพบวิธีการ Rubber Vulcanization (ทำให้เกิดปฏิกิริยาร่างแห/กระบวนการที่ทำให้เกิดพันธะโดยเส้นสายโพลิเมอร์) ส่งผลให้สามารถนำยางธรรมชาติมาผลิตเป็นสินค้าต่างๆ รวมถึงถุงยางอนามัยได้ในราคาที่ถูกลงและเป็นจำนวนมาก

ในปี 1919 นาย Frederick Killian ได้ทดลองทำการผลิตถุงยางอนามัยโดยวิธีการจุ่มขึ้นรูป (hand dipping) ในมลรัฐ Ohio ในปี 1957 ถุงยางอนามัยแบบมีสารหล่อลื่นได้ถูกผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศอังกฤษโดย Durex และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงปี 1980’s เมื่อโรค HIV/AIDS เริ่มระบาด
และคนที่คิดค้นคนแรก ก้อคือ CaSaNoVa ที่ช่ายกะเพราะแพะมาเป็นถุงยางคนแรก

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551

ทดลอง
จากประเด็นความเรียบง่ายที่นำไปสู่ความสมดุล ก็ได้นำสิ่งของต่างๆ ที่อยู่รอบตัว
นำมาทดลองด้วยวิธีการต่างๆเช่น



เป็นการนำไม้จากเกมมาวางซ้อนกันไปเรื่อยๆโดยไม่ให้ไม้ล้มลงมา



การนำไพ่มาซ้อนกัน



ด้วยความที่ตัวเองเปนคนชอบเก็บเหรียญเลยนำเหรียญ บาท เหรียญห้าและเหรียญสิบ
มาวางซ้อนกันโดยการที่นำเหรียญบาทซึ่งมีขนาดเล็กสุดนำมาวางเป็นฐานและเหรียญ
ห้ากับเหรียญสิบค่อยๆซ้อนขึ้นไป



เป็นการนำหนังสือที่มีขนาดเท่ากันมาวางซ้อนกันในลักษณะของการแผ่ซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550


นี่เป็นผลงานชิ้นแรกจากการที่เรียนcharecter design เป็นการดัดแปลง
ตัวการ์ตูนมาจากมีดพกเล่มเล็กๆ ที่ออกมาเป็นแด็กคิวล่าเพราะว่า มีดเมื่อแทงคนก็
จะทำให้เลือดออกก็เหมือนกับแด็กคิวล่าที่ชอบดูดเลือดคน จากตอนแรกที่คิดว่าตัว
เองเป็นคนที่วาดการ์ตูนไม่เป็นเลย แต่พอได้เรียน ได้ออกแบบ และเมื่อส่งอาจารย์ก็
ไม่เลวร้ายอะไรก็ทำให้มีกำลังใจและชอบวาดการ์ตูนมากกว่าแต่ก่อน

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ประเด็นที่จะนำเสนอ
ประเด็นที่หนูสนใจก็คือการลดเพื่อให้เกิดความเรียบง่าย โดยการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้
เกิดความเรียบง่ายมากที่สุด จากประเด็นตรงนี้ก็เลยคิดต่อไปถึงการตัดทอน การตัดทอนก็คือ
การทำให้ลดลง การทำให้สั้นลง เมื่อได้การตัดทอนแล้วก็เลยคิดไปถึงการตัดทอนเพื่อสร้างโลโก้
และsymbolและการตัดทอนคำพูดเพื่อให้เกิดคำพูดแปลกๆที่สั้นลงแต่ยังคงไว้ซึ่งควมหมายเดิม
ก็เลยคิดว่าอาจจะทำsymbolของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการลดสิ่งต่างๆที่เราเจอในชีวิตประจำวันหรือ
ไม่ก็นำคำพูดที่มีการตัดทอนมาสร้างสรรค์เป็นผลงานชิ้นใหม่ ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรก็จะทดลอง
ทำก่อนค่ะ